เกี่ยวกับโรงเรียนฯ


          การพัฒนารูปแบบของการจัดการศึกษาตลอดจนความต้องการของตลาดแรงงานที่เพิ่มมากขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้การจัดการศึกษาตามหลักสูตรด้านอุตสาหกรรมบริการของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้รับการยอมรับในผลผลิตที่มีคุณภาพและมีรูปแบบเฉพาะของตนเอง ดังจะเห็นได้จากในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา มีนักเรียนสนใจสมัครเรียนเป็นจำนวนมาก จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางการบริหารพบว่าหลักสูตรอุตสาหกรรมการบริการยังแยกการจัดการอยู่ในส่วนของคณะวิทยาการจัดการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  และโครงการพิเศษต่างๆ ทำให้ขาดความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการ ส่งผลต่อการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น มหาวิทยาลัยสวนดุสิตจึงได้จัดตั้งโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ (School of Tourism and Hospitality Management) ขึ้น ตามมติของที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยครั้งที่ 3(17)/2553 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2553 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมีเอกภาพให้เกิดขึ้นในหลักสูตรอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ ตามพันธกิจหลักในการผลิตบัณฑิตตามอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งมหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528  (จากผลการปรับปรุงพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2527) จากหลักสูตรเดิมซึ่งมีด้วยกัน 2 สาขาคือ การท่องเที่ยวและการโรงแรม ต่อมาได้มีการพัฒนาสาขาเพิ่มเติมเป็น 4 สาขา ได้แก่ สาขาธุรกิจการบินและสาขาการจัดการภัตตาคารและอาหารแบบเร่งด่วน ในปีการศึกษา 2550 ได้มีการพัฒนาหลักสูตรการจัดนิทรรศการและงานแสดงเพิ่มขึ้น  รวมทั้งการจัดการศึกษาในระดับปริญญาโท ในชื่อหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการจัดการงานบริการ ในปีการศึกษา 2555 โรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ ได้ยกสถานะแขนงวิชาต่างๆ ขึ้นเป็นสาขาวิชา ประกอบด้วย หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจการโรงแรม สาขาวิชาการท่องเที่ยว สาขาวิชาธุรกิจการบิน และสาขาวิชาออกแบบนิทรรศการและการจัดแสดง นอกจากนั้น มีการตั้งหลักสูตรเพิ่มเติมอีก 1 หลักสูตร คือ หลักสูตรศิลปสาสตรบัณฑิต สาขาวิชา Hospitality Management (International Programme)
          ในปีการศึกษา 2556 มหาวิทยาลัยมีนโยบายพัฒนาการจัดการเรียนการสอนในระดับบัณฑิตศึกษา โดยย้ายการจัดการเรียนการสอน หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการจัดการงานบริการ ไปสังกัดบัณฑิตวิทยาลัย
          พ.ศ. 2558 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้เปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 จึงใช้ชื่อว่า “มหาวิทยาลัยสวนดุสิต”

ตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ
NATIONAL HUB OF TOURISM AND HOSPITALITY MANAGEMENT

ภาพลูกโลกหลายมิติ 

          สื่อถึงโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ ที่ก้าวสู่ความเข้มแข็งทางด้านอุตสาหกรรมการบริการ โดยพัฒนามิติด้านความถนัดทางวิชาชีพ สู่มิติด้านความน่าเชื่อถือทางวิชาการ นำเสนอมิติการสร้างสรรค์ผลงานระดับชาติ บนมาตรฐานการท่องเที่ยวและการบริการแบบสากลบนพื้นฐานความเป็นเอกลักษณ์ไทย

ประกายที่มุมโลก

          จุดมุ่งหมายของโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ ที่มุ่งสู่การเป็น “NATIONAL HUB OF TOURISM AND HOSPITALITY” ของประเทศ โดยมีแสงสีเหลืองลูกจันทน์และสีม่วงเม็ดมะปรางที่สื่อถืงการขับเคลื่อนให้องค์กรไม่หยุดนิ่ง พัฒนาไปบนสังคมโลกได้อย่างมีคุณค่า

สีเหลืองลูกจันทน์ 

          หมายถึง  ความเจริญรุ่งเรือง ความก้าวหน้า ความผูกพัน และเป็นมิตรกับสังคม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในสายงานการท่องเที่ยวและการบริการ

สีม่วงเม็ดมะปราง

          หมายถึง  ความโดดเด่น ความมีพลัง และความสำเร็จ จากคุณลักษณะและคุณสมบัติของนักศึกษา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ

ปรัชญา

          พัฒนาและสรรค์สร้างบุคลากรทางด้านการท่องเที่ยวและการบริการที่มีคุณภาพ และตระหนักถึงคุณค่าของสายอาชีพด้านการบริการ เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยศักยภาพที่แท้จริงของคนไทยบนความสมดุลทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนต่อไป

วิสัยทัศน์

          โรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการจะก้าวเข้าสู่การเป็น “THM : National Hub for Tourism and Hospitality” อย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยศักยภาพหลักในด้านความร่วมมือทางวิชาชีพ ทักษะการฝึกประสบการณ์ และภาพลักษณ์ที่เกิดจากผลงานที่โดดเด่นเป็นที่รู้จักระดับประเทศ โดยการนำวิชาชีพมาผสมผสานเข้ากับวิชาการ ด้วยการถอดบทเรียนจากศักยภาพหลักและสร้างเป็น National Hub เพื่อเป็นต้นแบบศูนย์กลางการเรียนรู้แก่บุคลากรทางการท่องเที่ยวและการบริการและเพื่อผลักดันบัณฑิตสู่การเป็น World Class Graduates “โรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการจะไม่เป็นคู่แข่งของใครแต่จะเป็นคู่เทียบให้กับทุกคน”